วิธีใช้ WordPress ตอนที่ 6 – ใส่รูปภาพในบทความ

แน่นอนว่า บทความที่เราเขียนนั้น คงไม่ได้มีแต่ตัวหนังสือแน่ ๆ ต้องมีรูปภาพประกอบในบทความบ้างละ มาดูวิธีใส่รูปภาพลงไปในบทความกันนะครับ

เพิ่มรูปภาพในบทความ WordPress

บทความที่เราสร้างขึ้นมาใหม่ หรือบทความเก่าที่เราต้องการแก้ไข เราสามารถเพิ่มรูปภาพลงไปในบทความของเราได้โดยเลือกตำแหน่งที่จะลงรูปภาพ หลังจากนั้นคลิ๊กที่ icon เหมือนสี่เหลี่ยมผืนผ้าซ้อนกันตรงแถวคำว่า Upload/Insert

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [1]
คลิ๊กที่ icon ในวงกลมสีแดง

ซึ่งในการเพิ่มรูปภาพสำหรับบทความ WordPress นั้น มีให้เลือก 3 แบบ คือ

รูปอธิบายหัวข้อ WordPress [2]
สามารถเลือกได้ทั้งจากคอมของเรา, จาก URL หรือจากรูปภาพที่เราเคยเพิ่มมาแล้ว
  • From Computer : เลือกรูปภาพที่จะเพิ่มจากในคอมพิวเตอร์ของเรา
  • From URL : เพิ่มรูปภาพโดยการใส่ URL ของภาพที่เราจะใส่ในบทความ
  • Media Library : เลือกรูปภาพจากรูปภาพที่เราเคยอัพโหลดในเว็บมาแล้ว

เลือกรูปจากคอมเราลงบทความ

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [3]
เลือกที่ Select Files เพื่อเลือกรูปที่ต้องการเพิ่ม

เลือกที่ Select Files เพื่อเลือกรูปที่เราต้องการเพิ่มในบทความ เมื่ออัพโหลดรูปภาพเสร็จแล้วจะปรากฎส่วนที่ให้เรากรอกข้อมูลรูปภาพเพิ่มเติม โดยจะมีหัวข้อต่าง ๆ ตามที่ผมเข้าใจดังนี้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [4]
กรอกข้อมูลของรูปภาพ เพื่อนำไปใช้งานต่อไป
  • Title : ชื่อของรูป
  • Alternate Text : อธิบายเพิ่มเติม
  • Caption : คำบรรยายภาพ
  • Description : อธิบายเกี่ยวกับภาพ
  • Link URL : ให้รูป link ไปที่ไหน ซึ่งเลือกได้ว่า
    • None : ไม่ link ไปไหน
    • File URL : link ไปยังรูปของเต็มขนาดของรูปนั้น ๆ
    • Post URL : link ไปโดยทำรูปนั้นให้เป็นเหมือน 1 Post ไปเลย
    • หรือจะกรอก URL ที่ต้องการให้รูปนี้ link ไปหา
  • Alignment : จัดรูปให้ชิดซ้าย ชิดขวา หรืออยู่ตรงกลาง
  • Size : เลือกขนาดของรูปที่จะนำลงในบทความ

ข้อมูลนั้น เราสามารถกรอกแค่ Title อย่างเดียวก็ได้ครับ หลังจากที่กรอกข้อมูลเสร็จแล้ว ก็กด Insert into Post เลยครับ ก็จะได้เป็นดังรูป

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [5]
รูปที่เพิ่ม ปรากฎในช่องสำหรับ Edit Post

แก้ไขรูปที่ลงในบทความ WordPress

ให้คลิ๊กที่รูปภาพที่เราต้องการจะแก้ไข เมื่อคลิ๊กแล้วจะมี icon โผล่ขึ้นมา 2 อัน icon ด้านซ้ายคือ แก้ไขรูปภาพ และด้านขวาคือ ลบรูปภาพ

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [6]
icon ทั้งสองที่ปรากฎเมื่อคลิ๊กที่รูปภาพ

โดยเราสามารถแก้ไขรูปภาพของเราได้ดังนี้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [7]
แก้ไขรูปภาพที่เราได้ลงไปในบทความแล้ว
  • Size : เราสามารถแก้ไขขนาดรูปเป็น % ได้
  • Alignment : แก้ไขรูปให้ชิดซ้าย ชิดขวา หรืออยู่ตรงกลาง
  • Title : แก้ไขชื่อของรูป
  • Alternate Text : แก้ไขข้อความที่อธิบายเพิ่มเติม
  • Caption : แก้ไขคำบรรยายภาพ
  • Link URL : แก้ไข link ที่จะให้รูปภาพนี้ link ไปหา

เสร็จแล้วก็ Update ได้เลยครับ รูปภาพของเราจะถูกแก้ไขเป็นไปตามที่เราเลือกไว้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [8]
รูปถูกลดขนาดลง และจัดชิดขวา

แต่เรายังสามารถเลือก Advanced Settings เพื่อแก้ไขรูปภาพเพิ่มเติมจากเดิม โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของรูปภาพ กับส่วนของ Link

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [9]
หน้า Advanced Settings

ซึ่งสามารถกำหนดอะไรได้หลากหลายกว่า Edit Image

วิธีใช้ WordPress ตอนที่ 5 – สร้างและแก้ไข Pages

Pages นั้นอย่างที่เคยบอกไป ว่าส่วนใหญ่เราจะใช้งานกับหน้าที่เป็น Static หรือหน้าที่เราไม่ค่อยเปลี่ยนแปลงเนื้อหาภายในบ่อย อย่างเช่น About Us, Contact Us เป็นต้น ซึ่งตัว Pages เองก็สามารถมี Subpages ได้ ยกตัวอย่างจากรูป จะเห็นว่า About Us จะมี Subpages เป็น Awards

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [1]
เมนูที่เกิดจาก Pages ต่าง ๆ ที่เราสร้างไว้

Pages ประกอบด้วย

โดยหน้า Pages นั้นก็จะประกอบด้วยโครงสร้างหลัก ๆ 2 อย่าง คือ

  1. Title(หัวข้อ) [สีแดง]
  2. Content(เนื้อหา) [สีฟ้า]
รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [2]
ส่วนประกอบของหน้า Pages ทั่ว ๆ ไป

Pages Template

Pages นั้นเราสามารถเลือก Template ให้แต่ละหน้าได้ ว่าจะมี Layout แตกต่างกัน

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [3]
มี Template สำหรับเปลี่ยน Layout ในแต่ละ Page

จากรูปจะเห็นว่า About Us นั้นจะเป็น Pages Template ที่มี 1 Column แต่หน้าของ Contact Us นั้นจะเป็น Pages Template ที่มี 2 Column ที่เป็นส่วนของเนื้อหา กับ Sidebar

สร้าง Pages ใหม่

การสร้าง Pages ใหม่นั้นก็ให้เลือกที่ Add New ในหัวข้อของ Pages

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [4]
เลือกตรงที่ลูกศรสีแดงชี้อยู่

ซึ่งก็เหมือนการสร้าง Posts ใหม่ ที่เราต้องใส่หัวข้อ เนื้อหา แต่ส่วนที่ไม่เหมือนกันคือ Page Attributes

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [5]
หัวข้อ Page Attributes

โดยเราสามารถเลือกว่าจะให้ Pages ที่เราสร้างนั้นเป็น Subpages ของ Pages ไหนหรือเปล่า สามารถเลือก Template ได้ว่าจะให้ Layout ออกมาเป็นแบบไหน และสามารถจัดลำดับได้

ยกตัวอย่าง ผมจะสร้างหน้าชื่อหัวข้อ Soshi โดยที่จะให้เป็น Subpages ของ About Us และใช้ Template แบบมี Sidebar รวมทั้งตั้งลำดับไว้เป็นลำดับที่ 1 (โดยไปตั้งหน้า Pages หัวข้อ Awards เป็นลำดับ 2 ไว้แล้ว)

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [6]
แต่ละหัวข้อ เราสามารถเลือกค่าต่าง ๆ เพื่อกำหนดคุณสมบัติให้ Page นั้น ๆ (คลิ๊กที่รูปเพื่อขยาย)

และเมื่อเรา Publish ออกไปแล้ว ที่หน้าเว็บก็จะมีหน้า Soshi ปรากฎขึ้นในส่วนที่เป็น Subpages ของ About Us ลำดับที่ 1 ก่อน Awards ที่เป็นลำดับที่ 2

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [7]
หน้า Page Soshi ปรากฎในเมนู

คลิ๊กเข้าไปที่หน้า Soshi ก็จะแสดง Layout มาในรูปแบบของ Sidebar Template ตามที่เราเลือกไว้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [8]
Layout ของ Page ตาม Template ที่เราเลือกไว้

แก้ไข Pages ที่เราสร้างขึ้นมาแล้ว

เราสามารถแก้ไข Pages ที่เราสร้างขึ้นมาแล้วได้ ซึ่งวิธีการแก้ไขนั้นก็คล้ายกับการแก้ไข Posts แต่จะมีส่วนที่แตกต่างกันตรงที่ถ้าเราแก้ไขเป็นกลุ่มนั้น ของ Pages จะเป็นลักษณะแบบนี้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [9]
เมื่อเลือกแก้ไขพร้อมกันหลาย ๆ หัวข้อ

นอกจากนั้นการแก้ไข Pages จะมีลักษณะคล้ายการแก้ไข Posts ย้อนกลับไปดูได้ใน ตอนที่ 3 – แก้ไข Post ที่สร้างไปแล้ว

วิธีใช้ WordPress ตอนที่ 4 – มาหัดใช้ Categories กับ Tags กัน

ในการทำเว็บของเรานั้น Categories และ Tags เองก็เป็นส่วนสำคัญในการทำหน้าที่จัดระเบียบบทความของเรา

Categories

ลองมาดูว่า Categories มันปรากฎตรงส่วนไหนของหน้าเว็บเราบ้าง

รูปอธิบายหัวข้อ WordPress [1]
แต่ละส่วนที่มี Categories เกี่ยวข้อง

ซึ่งถ้าเราคลิ๊กที่คำว่า Article (Category ชื่อ Article) แล้ว ก็จะไปยังหน้าที่รวมบทความในหัวข้อ Article ทั้งหลาย

รูปอธิบายหัวข้อ WordPress [2]
บทความที่อยู่ใน Category Article

Tags

สำหรับ Tags เอง ก็จะปรากฎในหน้าเว็บบริเวณดังรูป

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [8]
Tags จะปรากฎในหน้าเว็บบริเวณที่วงไว้

ซึ่งถ้าเราคลิ๊กที่คำว่า Test (Tags ชื่อ Test) แล้ว ก็จะไปยังหน้าที่รวมบทความที่มี Tags เป็นคำว่า Test ซึ่งหน้าตาก็จะคล้าย ๆ กับหน้ารวมบทความของ Categories

ข้อแตกต่างระหว่าง Categories กับ Tags

สำหรับผม ผมมองว่า Categories เหมือนเป็นการจัดระเบียบตามเนื้อหาของบทความ และ Tags เหมือนการจัดระเบียบตามคำสำคัญของบทความ อย่างเช่น ตอนนี้ในเว็บผมก็จะมี Categories แบ่งออกเป็น

  • CSS
  • WordPress
  • jQuery
  • วิธีใช้ WordPress

ส่วนบทความนี้ คำสำคัญที่จะใช้เป็น Tags น่าจะมี

  • Wordpres
  • Categories
  • Tags

โดยบทความหัวข้อนี้ มีเนื้อหาเหมาะสมที่จะอยู่ใน Category ชื่อ วิธีใช้ WordPress และมีคำสำคัญของบทความเหมาะสมที่จะใช้ Tags คำว่า WordPress, Categories และ Tags

สร้าง Categories ใหม่

เราสามารถที่จะสร้าง Categories ได้โดยเข้าไปที่หัวข้อ Posts => Categories

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [3]
เลือกหัวข้อ Post => Categories

ซึ่งหน้าจัดการ Categories นั้นก็จะมีลักษณะดังนี้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [4]
หน้าตาของส่วนจัดการ Categories

มาดูส่วนด้านขวา ซึ่งจะบอกว่าตอนนี้เรามี Categories อะไรบ้างแล้ว และแต่ละ Category มี Post อยู่เท่าไหร่

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [5]
รายละเอียดของแต่ละ Category

คราวนี้เรามาสร้าง Category ใหม่กัน โดยมาดูที่ทางด้านซ้าย

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [6]
สร้าง Category ใหม่

โดยแต่ละหัวข้อก็ทำหน้าที่ดังนี้

  • Name : ชื่อของ Category ที่เราจะสร้าง
  • Slug : คำที่จะนำไปใช้ใน URL อย่างเช่น ที่เราสร้างตั้ง Slug เป็น wordpress ใน URL ที่เราเรียกก็จะเป็นประมาณว่า http://www.xxxxxx.com/xx/xx/wordpress เป็นต้น
  • Parent : คือ Category ของเราที่จะสร้างขึ้นมาใหม่นี้ อยู่ภายใต้ Category อะไรหรือเปล่า อย่างเช่น Category WordPress ที่จะสร้างขึ้นมาน่าจะอยู่ใน Category ของ Article เป็นต้น
  • Description : ไว้สำหรับใส่คำอธิบาย Category

เสร็จแล้วก็กด Add New Category เลย Category ใหม่ของเราจะไปปรากฎอยู่ด้านขวา ลักษณะดังรูป

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [7]
Category WordPress ที่สร้างมาใหม่

ซึ่ง WordPress อยู่ภายใต้ Article เลยมีเหมือนเส้นขีดอยู่หน้า WordPress

สร้าง Tags ใหม่

เราสามารถที่จะสร้าง Tags ได้โดยเข้าไปที่หัวข้อ Posts => Post Tags

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [9]
เลือกที่หัวข้อ Post => Post Tags

ซึ่งหน้าจัดการ Tags นั้นก็จะมีลักษณะดังนี้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [10]
หน้าตาของหน้าจัดการ Post Tags

มาดูส่วนด้านขวา ซึ่งจะบอกว่าตอนนี้เรามี Tags อะไรบ้างแล้ว และแต่ละ Tag มี Post อยู่เท่าไหร่

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [11]
รายละเอียดของแต่ละ Post Tags

คราวนี้เรามาสร้าง Tag ใหม่กัน โดยมาดูที่ทางด้านซ้าย

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [12]
สร้าง Post Tags ใหม่

โดย Tags นั้นก็คล้าย ๆ กับ Categories เพียงแต่ไม่มีหัวข้อ Parent

เสร็จแล้วก็กด Add New Tag เลย Tag ใหม่ของเราจะไปปรากฎอยู่ด้านขวา และด้านบนนั้นก็จะมี Popular Tags อยู่โดยถ้าตัวไหนหนา และใหญ่ก็แสดงว่ามีจำนวน Post ที่มี Tags คำนั้นเยอะ

วิธีใช้ WordPress ตอนที่ 3 – แก้ไข Post ที่สร้างไปแล้ว

หลังจากที่เรารู้วิธีการสร้าง Post ใหม่ไปแล้ว ก็ต้องมีบ้างที่เราอาจจะสร้างผิด หรือพิมพ์อะไรในบทความผิด หรืออยากจะแก้ไขอะไรใน Post ที่สร้างไปแล้ว ก็เลือกที่หัวข้อ Posts ด้านซ้ายละครับ จะมี List ของ Post ที่เราเคยสร้างไว้ปรากฎขึ้นมา

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [1]
เลือกหัวข้อ Posts จะปรากฎหน้ารวม Posts
ถ้าเรานำ cursor ไปวางไว้บนแถวของหัวข้อที่เราจะแก้ไข ก็จะมีคำสั่งโผล่มา 4 คำสั่งได้แก่

  1. Edit
  2. Quick Edit
  3. Trash
  4. View
รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [2]
คำสั่งที่จัดการ Post

Quick Edit

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [3]
หน้า Quick Edit ของ Post
มันก็ตามชื่อละครับ แก้ไขแบบด่วน ซึ่งก็จะมีให้เราสามารถแก้ หัวข้อ slug (slug มันก็คือตัวที่จะไปเป็นชื่อ URL นั่นละ ลองเปลี่ยนชื่อ slug แล้วเข้าบทความตัวนั้นดู จะเห็นว่า URL ตัวท้ายก็คือ slug นี่ละครับ) วันที่ หรือจะตั้ง Password สำหรับเข้าดูบทความ เป็นต้น ซึ่งถ้าเราแก้ไขเสร็จแล้วก็กด Update บทความนั้นก็จะเปลี่ยนไปตามอย่างที่เราแก้ไขแล้วครับ

แต่ถ้าเราต้องการแก้ไขเนื้อหาของบทความเรา เราก็ต้องเข้าไปที่ Edit หรือคลิ๊กเลือกที่หัวข้อบทความที่เราต้องการจะแก้ไขครับ

Trash

แต่ถ้าเราต้องการจะลบบทความทิ้ง ก็ให้กดที่ Trash จะเป็นการลบบทความ แต่ยังไม่ได้เป็นการลบถาวร บทความนั้นจะไปอยู่ที่ Trash

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [7]
หัวข้อ Trash จะอยู่ตรงที่วงไว้
ซึ่งใน Trash นั้นเราก็เลือกได้ว่าจะนำบทความนั้นกลับมา(Restore) หรือว่าจะลบหมดไปถาวรเลย(Delete Permanently)

รูปอธิบายหัวข้อ WordPress [8]
สามารถเลือกนำบมความกลับมา หรือลบทิ้งถาวรได้

แก้ไขครั้งละหลายบทความ

เราสามารถเลือกติ๊ก checkbox ได้ว่าเราจะแก้ไขบทความไหนบ้าง แล้วหลังจากนั้นก็ไปเลือกที่ Edit แล้วกด Apply ครับ

รูปอธิบายหัวข้อ WordPress [4]
สามารถเลือกแก้ไขทีละหลายบทความได้
ซึ่งจะมีให้เราสามารถแก้ไขบทความที่เลือกมาได้ดังรูป

รูปอธิบายหัวข้อ WordPress [5]
ถ้าเลือก Edit ก็จะปรากฎหน้าตาดังรูป
แต่ถ้ามีบทความไหนที่เราเลือกมาผิด ก็สามารถเลือกที่ปุ่ม x หน้าบทความเพื่อลบบทความนั้นออกจากการแก้ไขรวมได้

รูปอธิบายหัวข้อ WordPress [6]
เลือกบทความที่เราไม่ต้องการแก้ไข

วิธีใช้ WordPress ตอนที่ 2 – การสร้าง Post

ก่อนที่เราจะมาสร้าง Post ใหม่กันนั้น มาทำความรู้จักกันก่อนแล้วกัน ว่าระหว่าง Post กับ Page นั้นมันต่างกันยังไง

Post และ Page

ถ้าจะให้อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คิดว่า Post มันก็คือ บทความที่เราเขียน ซึ่งเราก็จะมีบทความใหม่ ๆ มาตลอดเวลา และในหน้าแรกก็จะเป็นส่วนนี้ ซึ่งตามปรกติ ถ้าเราเขียนบทความอันใหม่ มันก็จะมาปรากฎอยู่ด้านบนสุดของหน้าเว็บ

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [1]

ส่วน Page นั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหน้า Static หรือหน้าที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ อย่างเช่น พวก About Us, Contact Us เป็นต้น โดยปรกติถ้าเราสร้าง Page หน้าใหม่ขึ้นมา มันจะไปปรากฎหัวข้ออยู่ตรงส่วน Mainmenu

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [2]

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [3]

นี่คือ ข้อแตกต่างที่ชัดเจนสำหรับ Post กับ Page แต่ถ้าเราอยากใช้ Post เป็น Page หรือ Page เป็น Post ก็ได้แล้วแต่เรา แต่เหมือนกับเราใช้อุปกรณ์ที่ไม่ตรงกับการใช้งานของมัน

สร้าง Post ใหม่

ที่ตรง Admin Bar ด้านบนของเว็บในหัวข้อ Add New หรือด้านซ้ายของหน้า Dashboard ของเราในหัวข้อ Post เมื่อคลิ๊กตามรูปแล้ว เราจะเข้าไปที่หน้า Add New Post

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [4]

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [5]

ซึ่งก็เหมือนกับหน้า Dashboard ที่เราสามารถย้ายตำแหน่ง หรือยืดหดกล่องต่าง ๆ หรือจะเลือกที่ Screen Option เพื่อเปลี่ยน Layout

Post Title

มาเริ่มสร้าง Post ใหม่ โดยเราจะเริ่มจากใส่ Title (หัวข้อ) ของบทความตรงคำว่า Enter Title Here

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [6]

ถ้าเราใส่หัวข้อไปแล้ว WordPress เองก็จะสร้าง URL มาให้เราอัตโนมัติ

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [7]

แต่เราก็สามารถที่จะกด Edit เพื่อปรับเปลี่ยนชื่อ URL ของเราได้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [8]

Content

ช่องตรงกลางใหญ่ ๆ นั้นละเป็นส่วนที่ไว้ให้เราเขียนเนื้อหาของบทความ

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [9]

ซึ่งเราสามารถย่อ ขยายขนาดของช่องได้ โดยคลิ๊กแล้วลากที่บริเวณมุมล่างขวาของกล่อง

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [10]

ถ้าอยากจะปรับแต่งบทความของเรานั้น WordPress เองก็เตรียมมาให้เราใช้งาน เหมือนเราใช้ Word ทั่วไปเลย

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [11]

  1. ตัวหนา
  2. ตัวเอียง
  3. ขีดเส้นกลาง

สมมติเราจะขีดเส้นกลางที่ตัวอักษร เราก็เลือกส่วนที่เราอยากขีดเส้นกลาง แล้วก็กดที่ปุ่ม 3 ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นแบบนี้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [12]

หรือถ้าอยากได้เป็นหัวข้อ 1 2 3 ก็กดปุ่มที่มีรูป 1 2 3 แล้วก็พิมพ์ลงไปกด Enter ก็จะมีตัวเลขหัวข้อมาให้เราเรื่อย ๆ เหมือนอย่างรูป

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [13]

การใส่ Link ใน Content

การจะทำ Link ก็ง่าย ๆ โดยเลือกคำที่จะทำเป็น Link แล้วกดปุ่มที่เหมือนรูปโซ่ ก็จะปรากฎหน้าแบบนี้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [16]

เราก็ใส่ URL ใส่ Title ของ Link ที่เราจะสร้าง และสามารถเลือกได้ว่าจะให้เปิดในหน้าใหม่ หรือเปิดอยู่ในหน้าเดิม และถ้าเรากดที่ Or link to existing content ก็จะกลายเป็นแบบนี้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [15]

คือ การ Link ภายในเว็บของเราเอง โดยจะมี Page และ Post ต่าง ๆ ในเว็บเราให้เลือก หลังจากที่เราทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็กด Add Link

และถ้าเรากดที่ปุ่มสุดท้ายของแถว จะมีปุ่มอีกชุดขึ้นในแถวที่สอง

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [17]

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [18]

การนำข้อความจาก Word มาวางแปะใน WordPress

ปุ่มที่แนะนำในแถวที่สองนั้น ก็คือปุ่มที่มี icon ของ Microsoft Word อยู่

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [19]

โดยเมื่อเราคลิ๊กที่ปุ่ม จะมีช่องให้เราใส่ข้อความ ซึ่งมันมีหน้าที่แปลงบทความที่เรา copy จาก Word เพื่อให้ Code เป็นระเบียบมากกว่าการที่เราจะแปะลงไปเลยทันที โดยไม่ผ่านวิธีนี้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [20]

โดยถ้าเราอยากดูในรูปแบบ Code ก็กดที่ปุ่ม HTML ซึ่งอยู่ด้านขวาบนของกล่อง เราก็จะเห็น Code ของบทความของเราแล้ว

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [21]

Categories

และบทความเราจะเป็นระเบียบมากขึ้น ถ้าเราจัดบทความเป็นหมวดหมู่ โดยหัวข้อ Categories จะอยู่ด้านขวา ลักษณะคล้าย ๆ ในรูป

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [22]

Post Tags

ส่วน Post Tags ก็เหมือนเป็นคำสำคัญ (Keyword) ในบทความเรา เหมือนการสรุปบทความเรามาเป็นคำ ซึ่งแต่ละคำเราจะคั่นด้วยเครื่องหมายลูกน้ำ (,)

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [23]

Format

สำหรับ Format นั้น เหมือนการระบุรูปแบบของบทความ จะขอยกตัวอย่างให้ดู 2 แบบคือ Standard กับ Status ส่วนที่เหลือให้ไปลองเองแล้วกัน

ถ้าเราเลือกเป็น Standard ก็จะปรากฎเป็นบทความตามปรกติ

แต่เราเลือกเป็น Status ก็จะปรากฎเป็นลักษณะเหมือนเรามาประกาศ มาพูดคุยอะไรแบบนั้น

Publish

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [27]

เมื่อเราเขียนบทความเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะโชว์ให้คนอื่นดู ซึ่งจะอยู่ในหัวข้อ Publish โดยจะมีปุ่ม Save Draft คือการบันทึกที่ทำไว้ก่อนยังไม่ได้โชว์ให้ใครเห็น และถ้ากด Preview จะเป็นการดูตัวอย่างว่า ถ้า Publish ออกไปแล้วที่เราจัดวาง เขียนมันขึ้นมาจะเป็นยังไง

ถ้าดูที่ Status ตอนนี้ยังมีสถานะเป็น Draft อยู่ ซึ่งเราสามารถที่ Edit เพื่อแก้ไขสถานะได้ เช่นกันกับ Visibility ที่เราสามารถกำหนดการโชว์ของบทความเราได้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [28]

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [29]

และเรายังสามารถตั้งเวลาที่จะให้บทความของเรา Publish ออกไปในวันไหน เวลาไหนได้อีกด้วย

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [30]

เสร็จหมดทุกอย่างแล้ว ก็กด Publish กันเลยครับผม