ในที่สุด มันก็กลับมางาน #wpdevnight ครั้งที่ 3

WordPress Developer Night (#wpdevnight) เกิดจากแนวคิดอยากจัดงาน WordPress แบบกลุ่มย่อย โดยเน้นไปที่คนทำเว็บ

คำว่า Developer หมายถึงนักพัฒนา ซึ่งครอบคลุมทั้งคนออกแบบและสร้างธีม (Theme Designer & Developer), คนทำปลั๊กอิน (Plugin Developer) หรือรวมถึงคนทำเว็บ (Web Developer) ที่สนใจจะใช้ WordPress เป็นระบบจัดการข้อมูล (CMS)

งานนี้ไม่ได้เน้นว่าต้องเก่งกาจอะไร แต่จะมีการกล่าวถึงด้านเทคนิคอยู่บ้าง เช่น การอ้างถึงโค้ด HTML, CSS, PHP, การใช้ FTP ฯลฯ ดังนั้นหากไม่รู้จักที่กล่าวมาเลย ก็อาจจะมาแล้วงงเปล่า

ซึ่งงานในครั้งนี้ จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 18:00-24:00 น. ให้สมกับการเป็น Developer Night จริง ๆ 😛

แต่เนื่องด้วยสถานที่ อาจจะไม่เอื้ออำนวยให้รับรองคนได้จำนวนมาก จีงต้องมีการจำกัดคนใช้งาน โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน เวลา 12:34 น.

ส่วนที่จัดงานนั้น ได้การสนับสนุนจาก Pronto ตาม Map เลยนะครับ

รายละเอียดเพิ่มเติมยังไง เข้าไปดูได้ที่ WordPress Developer Night ลงทะเบียนก็ที่เว็บนั้นเช่นกัน

ซึ่งผมเองก็มีไปแจม ๆ กับเค้าด้วย ที่คิดไว้คือจะพูดในหัวข้อ WordPress Resource ยังไงถ้าใครสนใจหัวข้อไหน มา comment ไว้ก็ได้นะครับ เผื่อจะเอาไปบอกต่อ ๆ ว่ามีคนสนใจหัวข้อนี้ หัวข้อนั้นที่เสนอมานะครับ

วิดีโอสอนใช้งาน Sublime Text 2

วิดีโอสอนใช้งาน Sublime Text 2

สำหรับผมตอนนี้ตัว Text Editor ที่ผมชอบที่สุด และใช้งานอยู่ก็คือ Sublime Text 2 ซึ่งพูดได้เต็มปากเลยว่า ผมยังใช้งานมันได้ไม่เต็มประสิทธิภาพของมันเลย หน้าตาและวิธีการปรับแต่งมันอาจจะไม่เป็นมิตรกับคนใช้งานทั่ว ๆ ไป แต่สำหรับสายโปรแกรมมิ่ง ผมว่ามันสามารถปรับแต่งอะไรได้เยอะมาก

และผมก็เจอวิดีโอสอนใช้งาน Sublime Text 2 ของทาง Tuts+ สำหรับใครที่ยังไม่มี Text Editor ในใจ หรือกำลังหา Text Editor ตัวใหม่อยู่ ลองหา Sublime Text 2 มาใช้งานดูครับ มีทั้งใน Windows และ OSX เลยครับ

[box style=”download”]สามารถเข้าไปดูวิดีโอได้ที่ Perfect Workflow in Sublime Text 2[/box]

Parallax Scrolling Scripts

วิธีนำเสนอเว็บของเราให้น่าสนใจมากขึ้น 1 ในนั้นคงเป็นการใส่ลูกเล่นให้กับเว็บของเรา และตอนนี้ที่เห็นบ่อยมากขึ้นก็คือ Parallax Scrolling ถ้างงมันคืออะไร ลองดูตัวอย่างไปเรื่อย ๆ น่าจะเข้าใจได้นะครับ ซึ่งผมได้รวบรวม Script และ Plugin ที่ใช้ทำ Parallax ให้เราไว้

ลองนำไปประยุกต์ใช้งานกับเว็บของเราดูนะครับ

แต่ละหน้าของ WordPress เรียกใช้งาน File ไหน

ในการสร้าง Theme WordPress นั้น ความรู้อีกอย่างที่เราควรมีก็คือ เราควรทราบว่าในแต่ละหน้าของเว็บ WordPress ของเรา เรียกใช้งาน File ไหนใน Theme ที่เราสร้างขึ้น โดยเราสามารถไปดูได้ที่ http://codex.wordpress.org/images/1/18/Template_Hierarchy.png ดูจากรูปแล้ว จะเห็นว่าสำหรับ Theme ที่เราสร้างขึ้นมา มีแค่ index.php ก็เพียงพอแล้ว (ไม่นับรวมพวก style.css)

แต่ผมจะมาแยกให้ โดยนำหน้าที่คิดว่าเป็นหน้าหลัก ๆ ที่ได้ใช้งานกันบ่อย ๆ มาอธิบายให้อ่านกันนะครับ

หน้า Home

หน้า Home นั้นก็คือ หน้าแรกที่เวลาคนเข้าเว็บเรามาแล้วก็เจอนั่นละครับ เราสามารถเลือกหน้า Home ของเราได้จาก Page ที่เราสร้างไว้ หรือไม่เลือกก็ได้ โดยตัว WordPress จะเลือก File ตามลำดับแบบนี้ครับ

  • front-page.php
  • home.php
  • index.php

อธิบายง่าย ๆ คือ ในหน้า Home ของเรา WordPress จะหาว่า Theme ที่เราใช้งานอยู่ มันมี front-page.php มั้ย ถ้ามีก็จะเรียกใช้งาน front-page.php แต่ถ้าไม่เจอ ก็จะไปหา File ชื่อ home.php และ index.php ตามลำดับ

ปล. เลือก Page ที่จะเป็นหน้า Home ได้ที่ Settings => Reading ตามรูปนะครับ

แต่ละหน้าของ WordPress เรียกใช้งาน File ไหน
เลือก A static page (select below) แล้วเลือก Page ที่ให้เป็นหน้า Home ที่หัวข้อ Front Page

หน้า Post

ใช้เว็บ WordPress แล้ว ไม่รู้จัก Post คงไม่ได้ หน้า Post อันนี้ก็คือ หน้าเดี่ยวของ Post นั้น ๆ คราวนี้หน้า Post เรามีลำดับการเรียก File ยังไงไปดูกันครับ

  • single-posttype.php
  • single.php
  • index.php

ถ้าไปดูในรูป http://codex.wordpress.org/images/1/18/Template_Hierarchy.png มาจะเห็นว่า WordPress จะแบ่ง single post เป็นสามทาง แต่หลัก ๆ ที่เราใช้จะเป็น custom post กับ blog post โดยสาเหตุที่ผมเขียนลำดับแรกแค่ single-posttype.php เพราะว่า blog post นั้น post type ของตัว blog post ก็คือ post นั่นเอง ดังนั้นถ้าเป็น blog post จึงดู single-post.php เป็นลำดับแรก

ส่วน custom post นั้น ก็จะใช้ slug ของตัว custom post นั้นที่เราสร้างขึ้น วิธีสร้าง custom post ก็ดูตามอันนี้เลยครับ [WordPress] วิธีการสร้าง Custom Post Type อย่างง่าย

หน้า Page

หน้า Page นั้นจะมีให้เลือกพิเศษกว่าชาวบ้านเค้าหน่อย ตรงที่สามารถสร้าง Template ให้เลือกได้ มาดูลำดับการเรียกใช้ File ก่อนแล้วกันครับ

  • customtemplate.php
  • page-slug.php
  • page-id.php
  • page.php
  • index.php

โดย Custom Template นั้น เราสามารถสร้างขึ้นได้ โดยสร้าง File ขึ้นมาแล้วใส่ตรงหัวของ File ว่า
[php]
<?php
/*
Template name: XXXXX
*/
?>
[/php]

ลองตามไปอ่านวิธีสร้าง Custom Template ได้ที่ [WordPress] สร้าง Custom Page Template

โดยที่สมมติเป็นหน้า Contact Us ซึ่ง slug ให้เป็น contact-us ตัว WordPress จะหา custom template ที่เราสร้างไว้ก่อน อาจจะชื่อ xyz.php ก็ได้ หรือ yuri.php ก็ได้ แล้วแต่เราจะสร้างขึ้น เพียงแต่หัวของ File นั้นต้องระบุชื่อ Template name ของตัวเองให้ตรงกับที่เราเลือกไว้ในตอนสร้าง Page Contact Us ขึ้นมา แล้วถ้าไม่มี custom template ละ WordPress ก็จะหา File ชื่อ page-contact-us.php และถ้า Page นั้นมี page id เท่ากับ 9 ดังนั้นถ้าไม่เจอ page-contact-us.php ก็จะใช้ page-9.php และ page.php, index.php ตามลำดับ

หน้า Category และ Tag

สองตัวนี้ จะมีลำดับการเรียกใช้ File ที่คล้าย ๆ กัน ต่างกันตรงที่ Category ก็จะใช้ File ที่นำหน้าด้วย category-xxx.php และ Tag ก็ใช้ File ที่นำหน้าด้วย tag-xxx.php มาดูลำดับกันครับ

Category

  • category-slug.php
  • category-id.php
  • category.php
  • archive.php
  • index.php

Tag

  • tag-slug.php
  • tag-id.php
  • tag.php
  • archive.php
  • index.php

หน้า Search

หน้า Search นั้นลำดับไม่ยากเลยครับ ง่าย ๆ แค่สองลำดับ

  • search.php
  • index.php

หน้า 404

ปิดท้ายด้วยหน้า 404 นะครับ ก็คล้าย ๆ กับหน้า Search คือมีสองลำดับง่าย ๆ แบบนี้ครับ

  • 404.php
  • index.php

ถ้าเรารู้ถึงลำดับการเรียก File ในแต่ละหน้าแล้ว ก็ทำให้เราสามารถสร้างให้หน้าที่เราต้องการ มีรูปแบบการแสดงผลที่แตกต่างจากหน้าอื่น ๆ ได้ตามที่เราต้องการนะครับ

อยากเป็น Top WordPress Developer ทำอย่างไร

เนื่องจากได้อ่านบทความของ Smashing Magazine ในหัวข้อ How To Become A Top WordPress Developer รู้สึกว่าเป็นประโยชน์กับคนที่อยากจะเป็น WordPress Developer เลยแปลมาให้ได้อ่านกัน (เอาไว้ให้ตัวเองมาคอยอ่านเหมือนกัน แหะๆ) แต่ออกตัวก่อนนะครับ ว่าไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอะไรมาก แล้วคงไม่ได้แปลตามตัวอักษรจากต้นฉบับแบบเป๊ะ ๆ คงมีอะไรที่เป็นคำพูดของผมเองเหมือนกันนะครับ ^^


ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า การจะเป็น Top WordPress Developer นั้น เราต้องใช้ทั้งเวลา ใช้ทั้งพลังงาน ใช้ทั้งความพยายาม มันไม่มีทางลัด หรือวิธีง่าย ๆ หรอกครับ

ถ้าแค่คุณสามารถ ติดตั้ง WordPress, อ่านบทเรียน, ปรับแต่งธีมได้บ้าง นั่นไม่ได้เรียกว่าคุณเป็น Top Developer คุณเป็นแค่ “Expert” หรือคุณแค่มีความรู้มากกว่าคนทั่ว ๆ ไป แต่ Top Developer คือ เราควรรู้ให้ลึกมากกว่าพื้นฐาน เราต้องสามารถประยุกต์ รวมถึงให้ข้อมูลกับผู้อื่นได้

ทำไมต้องอยากเป็น Top WordPress Developer ละ

ถ้าอย่างนั้นถามกลับว่า ทำไมถึงไม่อยากเป็นละ ถ้าคุณทำงานกับ WordPress หรือวางแผนจะเริ่ม ทำไมถึงเลือกที่จะอยู่ในระดับที่คนทั่ว ๆ ไปเป็น มันคนเป็น WordPress Developer ทั่ว ๆ ไปอยู่มากมายแล้ว แต่ถ้าจะหาเหตุผล ก็ให้ลองมองว่าเมื่อเราเป็น Top WordPress Developer แล้วนั้น

  • ทำเงินกับมันได้ : ตอนนี้มีลูกค้าต้องการคนมาพัฒนา WordPress อยู่เยอะ และลูกค้าก็พร้อมที่จะจ่ายเงินให้กับคนที่เจ๋ง ๆ ในสายงาน WordPress
  • ได้ลูกค้าชั้นดี : เมื่อคุณมาอยู่ในระดับแนวหน้าแล้ว คุณก็สามารถเลือกลูกค้าได้ คุณสามารถบอกปฎิเสธกับโปรเจคงานที่คุณไม่ต้องการ และตอบตกลงกับโปรเจคที่คุณอยากทำ
  • ทำให้เป็นผู้นำทางความคิด : เมื่อคุณอยู่ในระดับแนวหน้าแล้ว คุณจะกลายเป็นผู้นำทางความคิด และความสามารถของคุณจะมีอิทธิพล ที่จะช่วยกำหนดทิศทางของ WordPress ในอนาคตได้

ขอเวลา 1 ชั่วโมงต่อวันในการอ่าน

ใน 1 วันทำงานของคุณ ขอเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อที่จะอ่าน และเรียนรู้เกี่ยวกับ WordPress อย่างที่บอกไว้ข้างต้น ไม่มีทางลัดหรือวิธีง่าย ๆ ที่จะเป็น Top WordPress Developer เมื่อหมดเวลางานแล้ว คุณก็ยังต้องเรียนรู้เพิ่มเติมอีก ถ้าคุณจะดูทีวี ปิดมันไป ถ้าคุณจะเล่นเกม ขายมันทิ้งหรือเก็บมันไปก่อน เพื่อจะให้ตัวเองไปถึงจุดนั้น ก็ต้องมีการเสียสละและทุ่มเทให้กับการพัฒนาตัวเอง

ถ้าจะให้ดี เพื่อที่เราจะได้มีสมาธิในการเรียนรู้ เลิกแชทก่อน ปิดเสียงมือถือ และตั้งใจอ่าน ทำให้เป็นนิสัยแล้วคุณจะรู้สึกว่า เวลามันผ่านไปเร็วกว่าที่คิด และทำให้คุณอ่านได้นานมากขึ้น หรือคุณจะเปลี่ยนมาใช้เป็นวิธีอ่าน 3 ชั่วโมง 2 หรือ 3 ครั้งต่อสัปดาห์

(ทาง Smashing Magazine ก็โฆษณาหนังสือของเค้า Smashing Book #3 โดยในหนังสือจะมีหัวข้อเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อยู่)

ลงทะเทียนเรียนในมหาวิทยาลัย WordPress

ตอนเห็นหัวข้อ ก็คงคิดใช่มั้ยครับ ว่ามหาวิทยาลัยไหนมีให้ลงทะเบียนเรียนด้วยเหรอ ตามความเป็นจริงก็คือ WordPress นั้นมีข้อมูลให้เราเรียนรู้อยู่มากมาย แค่คุณมีเวลาและตั้งใจที่จะศึกษามัน ก่อนที่คุณจะมีประสบการณ์ในการทำงาน คุณต้องมีการเรียนรู้ไว้ก่อน ดังนั้นเริ่มต้นได้แล้ว อย่ามัวแต่รอ การรอมันขัดขวางการเรียนรู้ของคุณไว้อยู่

พบปะกับกลุ่มคนชั้นนำ

คบคนพาลพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตบัณฑิตพาไปหาผล เหมือนกันครับ ถ้าเราอยากเป็น Top WordPress Developer เราก็ต้องมีการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มคนเหล่านี้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน blog ของเค้า หรือ follow เค้าใน twitter รวมถึงให้ข้อเสนอแนะเวลาที่พวกเค้าต้องการ ถ้ามีโอกาสไป WordCamps ซะ ไปเจอและฟังที่พวกเค้าคุยกัน

ด้านล่างเป็นรายชื่อส่วนหนึ่งของกลุ่มนักพัฒนา WordPress

อ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

อยากจะบอกว่า เนื้อหาเกี่ยวกับ WordPress มีอยู่มากมายในเว็บ WordPress เองอยู่แล้ว มีคนอยู่มากมายที่คุยเกี่ยวกับ WordPress ดังนั้นคงเป็นการยากที่จะกรองเนื้อหาที่จะอ่าน ดังนั้นถ้าจะเริ่มต้น คุณควรเริ่มต้นกับเนื้อหาที่มีคุณภาพที่คุ้มค่ากับเวลาที่จะใช้ไป
ด้านล่างเป็นแหล่งของเนื้อหาที่จะเริ่มต้นกับ WordPress

  • WordPress Codex : ที่นี่ คือกรุสมบัติที่รวมทุกอย่างเกี่ยวกับ WordPress ไว้ คุณอาจจะเริ่มต้นกับพื้นฐาน แล้วค่อย ๆ ลงลึกไป เรียนรู้ WordPress semantics รวมถึงศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบธีม และพัฒนาปลั๊กอิน
  • หนังสือที่เกี่ยวกับ WordPress : มีหนังสืออยู่เยอะพอสมควรที่เขียนเกี่ยวกับ WordPress อย่าคิดว่า “WordPress For Dummies” มันพื้นฐานเกินไป คุณอาจจะให้ลูกค้าของคุณอ่าน และรับรู้ถึงมุมมองของเค้า เมื่ออ่านจบ คุณอาจจะเขียน Review และขอบคุณคนเขียน
  • Blog เกี่ยวกับ WordPress : หาและติดตาม blog เกี่ยวกับ WordPress เมื่ออ่านจบ ก็ให้ข้อเสนอแนะ คอมเม้นท์คนเขียนเกี่ยวกับบทความของเค้า มี blog มาแนะนำคือ WordPress on Smashing Magazine, WP Tuts+, WP Candy

ทำความเข้าใจเทคโนโลยี

ถ้าคุณอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่อง WordPress คุณควรรู้เทคโนโลยี ควรทำให้ความรู้ของคุณทันสมัย ลองมาดูกันว่ามีเรื่องที่ควรรู้อะไรบ้าง

  • เรียน PHP และ MySQL : เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากที่คุณต้องมีความรู้ PHP และ MySQL ถ้าคุณจะเริ่มต้นเรียนรู้มี Lynda.com หรือ Learnable.com รวมถึง MySQL performance
  • สำรวจ Codebase : สละเวลาที่จะสำรวจดู Codebase ของ WordPress (WordPress codebase on Trac, WordPress codebase on Xref) อ่านคู่มือต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร
  • ใช้งาน Nightly : ติดตั้ง WordPress ในเครื่องของเรา และติดตั้ง nightly build เพื่อตามติดการเปลี่ยนแปลงสำหรับที่เราจะใช้ในการพัฒนาต่อไป
  • อ่าน “Make WordPress” : ทำความเข้าใจเทคโนโลยีเพื่อนำไปใช้ในการพัฒนา โดยดูที่ make.wordpress.org คุณสามารถติดตามการพูดคุยเกี่ยวกับ Core Plugins และ Themes สำหรับผู้เริ่มต้นได้

หมั่นฝึกฝน

เมื่อคุณเรียนรู้อะไรมา อย่าลืมที่จะฝึกฝน ทดลองใช้งาน ง่าย ๆ เลยอย่างแรกที่คุณต้องทำคือ สร้างเว็บ WordPress ของคุณเองขึ้นมา และเมื่อไปเจอบทความการสอนอะไร ก็ให้มาทดลองทำกับเว็บคุณเอง

  • WordPress APIs : แน่นอนว่าเริ่มต้นศึกษาที่เว็บของ WordPress เองเลย รายชื่อของ APIs สำหรับ WordPress ลองศึกษาการใช้งาน API แต่ละตัวดูเพื่อจะได้นำไปประยุกต์ใช้งาน
  • Ajax in WordPress : คิดว่าคุณน่าจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ Ajax มาบ้างแล้ว คราวนี้ถึงเวลาที่คุณต้องเรียนเกี่ยวกับ การใช้ Ajax กับ WordPress แล้วละ ซึ่งมันสามารถพัฒนาไปเป็นใช้ Ajax พัฒนา Plugin อย่าลืมที่จะศึกษาเพิ่มเติมไปเรื่อย ๆ เพื่อสะลมประสบการณ์ในการใช้งาน
  • WordPress PHP Class : รายชื่อ PHP Class ที่ WordPress สร้างไว้ ทดลองใช้งานแต่ละตัว เพื่อที่คุณจะได้รู้วิธีการใช้งานมัน และอยากให้ศึกษาตัว WP_Query, WP_Theme และ wpdb เป็นพิเศษ

เก็บประสบการณ์การใช้ WordPress

หลังจากที่ศึกษาเรียนรู้กันมาพอสมควรแล้ว ก็ถึงเวลาลงสนามจริง เก็บประสบการณ์จากการทำงานจริง ๆ แน่นอนว่ามันต้องยากลำบากกว่าการทำโปรเจคของตัวเอง การได้ทำงานร่วมกับผู้อื่นเป็นหนทางที่ดี ที่ทำให้เราได้รับประสบการณ์มากขึ้น

ออกไปหาลูกค้า

ทำงานกับลูกค้า ไม่ว่าจะได้เงินหรือทำฟรี ก็เป็นอีกทางในการสะสมประสบการณ์ของคุณ ลูกค้าจะมีปัญหา มีข้อเสนอแนะที่คุณจะไม่ได้เจอในการทำโปรเจคของตัวเอง ถ้าคุณเพิ่งเริ่มแล้วยังไม่รู้จะหาลูกค้ายังไง ลองอ่าน learn how to get get your first client เก็บประสบการณ์ไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานขนาดใหญ่ หรืองานขนาดเล็ก

ลองทำธีมแจก

ลองทำธีมที่คุณใช้งานบ่อย แล้วขายหรือแจก เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะที่คุณจะได้รับจาก developer ด้วยกันหรือ ผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไปที่ใช้ธีมของคุณ ขอความคิดเห็นจาก theme designer ที่คุณรู้จัก แล้วนำทุกข้อเสนอแนะมาพิจารณา เพื่อปรับปรุงธีมของต่อไป

ลองทำ Plugin

หลังที่ศึกษาและทำงานกับ WordPress มาซักพักแล้ว คุณจะเจอความต้องการที่แต่ก่อนไม่เคยเจอมาก่อน สิ่งที่เติมเต็มส่วนนั้นก็คือ plugin คุณก็ประยุกต์สิ่งที่คุณศึกษามาเกี่ยวกับการพัฒนา plugin สร้าง plugin ที่มีความปลอดภัยและตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุด อย่าลืมที่จะแจกจ่าย หรือทำขาย เพื่อเก็บข้อเสนอแนะจากคนอื่นในการปรับปรุง plugin ของเราต่อไป

// หมดแรงแล้วครับ แหะ ๆ ถ้ามีแรงจะมาแปลต่อนะครับ ภาษาง่อยไปบ้าง ให้อภัยกันด้วยนะครับ >_<