[Plugin WordPress] ทำให้ PHP ใช้ได้ใน Posts และ Pages

บางครั้งในแต่ละหน้าของ Post หรือ Page รวมถึงในส่วนของ Widget ของเรานั้น เราก็อยากจะแทรก code PHP โดยที่เราไม่ต้องไปเขียนแก้ที่ตัวไฟล์ อยากจะใส่ในช่องที่ให้ edit content มากกว่า ลอง Plugin ตัวนี้ครับ

Exec-PHP

โดย Exec-PHP นั้นเมื่อติดตั้งแล้วจะอยู่ในเมนูหัวข้อ Settings นะครับ

[Plugin WordPress] ทำให้ PHP ใช้ได้ใน Posts และ Pages [1]

ตัว Exec-PHP ไม่ได้มีอะไรให้เราปรับแต่งมากมาย

[Plugin WordPress] ทำให้ PHP ใช้ได้ใน Posts และ Pages [2]

เรามาลองเขียน Post ขึ้นมาทดสอบการใช้งานเบื้องต้นนะครับ

[Plugin WordPress] ทำให้ PHP ใช้ได้ใน Posts และ Pages [3]

ผลลัพธ์ที่ได้ เหมือนที่เราเขียน code PHP ลงในไฟล์ตามปรกติ

[Plugin WordPress] ทำให้ PHP ใช้ได้ใน Posts และ Pages [4]

แต่ในหน้าที่เราเขียน Post นั้นคงจะเห็นกล่องข้อความเตือนสีเหลืองด้านบนนะครับ ถ้าเราต้องการปิด ไม่ให้มันแสดงผล ให้เข้าไปที่ส่วนของเมนู Users ในหัวข้อ Your Profile นะครับ

[Plugin WordPress] ทำให้ PHP ใช้ได้ใน Posts และ Pages [5]

ที่หัวข้อด้านล่างจะมีหัวข้อแบบนี้ครับ

[Plugin WordPress] ทำให้ PHP ใช้ได้ใน Posts และ Pages [6]

ให้ติ๊กเลือกเพื่อที่จะปิดไม่ให้มันมีกล่องสีเหลืองเตือนทุกครั้ง

Plugin : Exec-PHP

วิธีใช้ WordPress ตอนที่ 3 – แก้ไข Post ที่สร้างไปแล้ว

หลังจากที่เรารู้วิธีการสร้าง Post ใหม่ไปแล้ว ก็ต้องมีบ้างที่เราอาจจะสร้างผิด หรือพิมพ์อะไรในบทความผิด หรืออยากจะแก้ไขอะไรใน Post ที่สร้างไปแล้ว ก็เลือกที่หัวข้อ Posts ด้านซ้ายละครับ จะมี List ของ Post ที่เราเคยสร้างไว้ปรากฎขึ้นมา

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [1]
เลือกหัวข้อ Posts จะปรากฎหน้ารวม Posts
ถ้าเรานำ cursor ไปวางไว้บนแถวของหัวข้อที่เราจะแก้ไข ก็จะมีคำสั่งโผล่มา 4 คำสั่งได้แก่

  1. Edit
  2. Quick Edit
  3. Trash
  4. View
รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [2]
คำสั่งที่จัดการ Post

Quick Edit

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [3]
หน้า Quick Edit ของ Post
มันก็ตามชื่อละครับ แก้ไขแบบด่วน ซึ่งก็จะมีให้เราสามารถแก้ หัวข้อ slug (slug มันก็คือตัวที่จะไปเป็นชื่อ URL นั่นละ ลองเปลี่ยนชื่อ slug แล้วเข้าบทความตัวนั้นดู จะเห็นว่า URL ตัวท้ายก็คือ slug นี่ละครับ) วันที่ หรือจะตั้ง Password สำหรับเข้าดูบทความ เป็นต้น ซึ่งถ้าเราแก้ไขเสร็จแล้วก็กด Update บทความนั้นก็จะเปลี่ยนไปตามอย่างที่เราแก้ไขแล้วครับ

แต่ถ้าเราต้องการแก้ไขเนื้อหาของบทความเรา เราก็ต้องเข้าไปที่ Edit หรือคลิ๊กเลือกที่หัวข้อบทความที่เราต้องการจะแก้ไขครับ

Trash

แต่ถ้าเราต้องการจะลบบทความทิ้ง ก็ให้กดที่ Trash จะเป็นการลบบทความ แต่ยังไม่ได้เป็นการลบถาวร บทความนั้นจะไปอยู่ที่ Trash

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [7]
หัวข้อ Trash จะอยู่ตรงที่วงไว้
ซึ่งใน Trash นั้นเราก็เลือกได้ว่าจะนำบทความนั้นกลับมา(Restore) หรือว่าจะลบหมดไปถาวรเลย(Delete Permanently)

รูปอธิบายหัวข้อ WordPress [8]
สามารถเลือกนำบมความกลับมา หรือลบทิ้งถาวรได้

แก้ไขครั้งละหลายบทความ

เราสามารถเลือกติ๊ก checkbox ได้ว่าเราจะแก้ไขบทความไหนบ้าง แล้วหลังจากนั้นก็ไปเลือกที่ Edit แล้วกด Apply ครับ

รูปอธิบายหัวข้อ WordPress [4]
สามารถเลือกแก้ไขทีละหลายบทความได้
ซึ่งจะมีให้เราสามารถแก้ไขบทความที่เลือกมาได้ดังรูป

รูปอธิบายหัวข้อ WordPress [5]
ถ้าเลือก Edit ก็จะปรากฎหน้าตาดังรูป
แต่ถ้ามีบทความไหนที่เราเลือกมาผิด ก็สามารถเลือกที่ปุ่ม x หน้าบทความเพื่อลบบทความนั้นออกจากการแก้ไขรวมได้

รูปอธิบายหัวข้อ WordPress [6]
เลือกบทความที่เราไม่ต้องการแก้ไข

วิธีใช้ WordPress ตอนที่ 2 – การสร้าง Post

ก่อนที่เราจะมาสร้าง Post ใหม่กันนั้น มาทำความรู้จักกันก่อนแล้วกัน ว่าระหว่าง Post กับ Page นั้นมันต่างกันยังไง

Post และ Page

ถ้าจะให้อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คิดว่า Post มันก็คือ บทความที่เราเขียน ซึ่งเราก็จะมีบทความใหม่ ๆ มาตลอดเวลา และในหน้าแรกก็จะเป็นส่วนนี้ ซึ่งตามปรกติ ถ้าเราเขียนบทความอันใหม่ มันก็จะมาปรากฎอยู่ด้านบนสุดของหน้าเว็บ

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [1]

ส่วน Page นั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหน้า Static หรือหน้าที่ไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ อย่างเช่น พวก About Us, Contact Us เป็นต้น โดยปรกติถ้าเราสร้าง Page หน้าใหม่ขึ้นมา มันจะไปปรากฎหัวข้ออยู่ตรงส่วน Mainmenu

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [2]

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [3]

นี่คือ ข้อแตกต่างที่ชัดเจนสำหรับ Post กับ Page แต่ถ้าเราอยากใช้ Post เป็น Page หรือ Page เป็น Post ก็ได้แล้วแต่เรา แต่เหมือนกับเราใช้อุปกรณ์ที่ไม่ตรงกับการใช้งานของมัน

สร้าง Post ใหม่

ที่ตรง Admin Bar ด้านบนของเว็บในหัวข้อ Add New หรือด้านซ้ายของหน้า Dashboard ของเราในหัวข้อ Post เมื่อคลิ๊กตามรูปแล้ว เราจะเข้าไปที่หน้า Add New Post

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [4]

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [5]

ซึ่งก็เหมือนกับหน้า Dashboard ที่เราสามารถย้ายตำแหน่ง หรือยืดหดกล่องต่าง ๆ หรือจะเลือกที่ Screen Option เพื่อเปลี่ยน Layout

Post Title

มาเริ่มสร้าง Post ใหม่ โดยเราจะเริ่มจากใส่ Title (หัวข้อ) ของบทความตรงคำว่า Enter Title Here

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [6]

ถ้าเราใส่หัวข้อไปแล้ว WordPress เองก็จะสร้าง URL มาให้เราอัตโนมัติ

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [7]

แต่เราก็สามารถที่จะกด Edit เพื่อปรับเปลี่ยนชื่อ URL ของเราได้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [8]

Content

ช่องตรงกลางใหญ่ ๆ นั้นละเป็นส่วนที่ไว้ให้เราเขียนเนื้อหาของบทความ

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [9]

ซึ่งเราสามารถย่อ ขยายขนาดของช่องได้ โดยคลิ๊กแล้วลากที่บริเวณมุมล่างขวาของกล่อง

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [10]

ถ้าอยากจะปรับแต่งบทความของเรานั้น WordPress เองก็เตรียมมาให้เราใช้งาน เหมือนเราใช้ Word ทั่วไปเลย

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [11]

  1. ตัวหนา
  2. ตัวเอียง
  3. ขีดเส้นกลาง

สมมติเราจะขีดเส้นกลางที่ตัวอักษร เราก็เลือกส่วนที่เราอยากขีดเส้นกลาง แล้วก็กดที่ปุ่ม 3 ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นแบบนี้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [12]

หรือถ้าอยากได้เป็นหัวข้อ 1 2 3 ก็กดปุ่มที่มีรูป 1 2 3 แล้วก็พิมพ์ลงไปกด Enter ก็จะมีตัวเลขหัวข้อมาให้เราเรื่อย ๆ เหมือนอย่างรูป

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [13]

การใส่ Link ใน Content

การจะทำ Link ก็ง่าย ๆ โดยเลือกคำที่จะทำเป็น Link แล้วกดปุ่มที่เหมือนรูปโซ่ ก็จะปรากฎหน้าแบบนี้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [16]

เราก็ใส่ URL ใส่ Title ของ Link ที่เราจะสร้าง และสามารถเลือกได้ว่าจะให้เปิดในหน้าใหม่ หรือเปิดอยู่ในหน้าเดิม และถ้าเรากดที่ Or link to existing content ก็จะกลายเป็นแบบนี้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [15]

คือ การ Link ภายในเว็บของเราเอง โดยจะมี Page และ Post ต่าง ๆ ในเว็บเราให้เลือก หลังจากที่เราทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ก็กด Add Link

และถ้าเรากดที่ปุ่มสุดท้ายของแถว จะมีปุ่มอีกชุดขึ้นในแถวที่สอง

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [17]

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [18]

การนำข้อความจาก Word มาวางแปะใน WordPress

ปุ่มที่แนะนำในแถวที่สองนั้น ก็คือปุ่มที่มี icon ของ Microsoft Word อยู่

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [19]

โดยเมื่อเราคลิ๊กที่ปุ่ม จะมีช่องให้เราใส่ข้อความ ซึ่งมันมีหน้าที่แปลงบทความที่เรา copy จาก Word เพื่อให้ Code เป็นระเบียบมากกว่าการที่เราจะแปะลงไปเลยทันที โดยไม่ผ่านวิธีนี้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [20]

โดยถ้าเราอยากดูในรูปแบบ Code ก็กดที่ปุ่ม HTML ซึ่งอยู่ด้านขวาบนของกล่อง เราก็จะเห็น Code ของบทความของเราแล้ว

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [21]

Categories

และบทความเราจะเป็นระเบียบมากขึ้น ถ้าเราจัดบทความเป็นหมวดหมู่ โดยหัวข้อ Categories จะอยู่ด้านขวา ลักษณะคล้าย ๆ ในรูป

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [22]

Post Tags

ส่วน Post Tags ก็เหมือนเป็นคำสำคัญ (Keyword) ในบทความเรา เหมือนการสรุปบทความเรามาเป็นคำ ซึ่งแต่ละคำเราจะคั่นด้วยเครื่องหมายลูกน้ำ (,)

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [23]

Format

สำหรับ Format นั้น เหมือนการระบุรูปแบบของบทความ จะขอยกตัวอย่างให้ดู 2 แบบคือ Standard กับ Status ส่วนที่เหลือให้ไปลองเองแล้วกัน

ถ้าเราเลือกเป็น Standard ก็จะปรากฎเป็นบทความตามปรกติ

แต่เราเลือกเป็น Status ก็จะปรากฎเป็นลักษณะเหมือนเรามาประกาศ มาพูดคุยอะไรแบบนั้น

Publish

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [27]

เมื่อเราเขียนบทความเสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะโชว์ให้คนอื่นดู ซึ่งจะอยู่ในหัวข้อ Publish โดยจะมีปุ่ม Save Draft คือการบันทึกที่ทำไว้ก่อนยังไม่ได้โชว์ให้ใครเห็น และถ้ากด Preview จะเป็นการดูตัวอย่างว่า ถ้า Publish ออกไปแล้วที่เราจัดวาง เขียนมันขึ้นมาจะเป็นยังไง

ถ้าดูที่ Status ตอนนี้ยังมีสถานะเป็น Draft อยู่ ซึ่งเราสามารถที่ Edit เพื่อแก้ไขสถานะได้ เช่นกันกับ Visibility ที่เราสามารถกำหนดการโชว์ของบทความเราได้

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [28]

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [29]

และเรายังสามารถตั้งเวลาที่จะให้บทความของเรา Publish ออกไปในวันไหน เวลาไหนได้อีกด้วย

รูปอธิบายหัวข้อ วิธีใช้ WordPress [30]

เสร็จหมดทุกอย่างแล้ว ก็กด Publish กันเลยครับผม